> ## Knowledge Base Index
> Fetch the complete knowledge base index at: https://nested.crisp.help/sitemap.xml
> Use this file to discover available pages before exploring further.
> Pure-Markdown content can be obtained by appending a '.md' suffix to the content URLs listed in the sitemap (without the trailing slash).

# ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT

# ทำไมต้องมีภาษีมูลค่าเพิ่ม

## ${color}[#e45765](ภาษีมูลค่าเพิ่ม [VAT] )
 ย่อมาจาก Value Added Tax หรือใช้ในภาษาไทยว่า “ภาษีมูลค่าเพิ่ม”  เป็นภาษีที่ถูกบวกเพิ่มเข้าไปในราคาของสินค้าหรือบริการโดยมีลักษณะเป็นภาษีทางอ้อม ผู้ซื้อหรือผู้รับบริการเป็นผู้รับภาระเสียภาษี โดยกิจการมีหน้าที่จัดทำรายงานภาษีมูลค่าเพิ่ม ยื่นแบบ และนำส่งภาษีให้กรมสรรพากรภายในระยะเวลาที่กำหนด

VAT จึงมีลักษณะเป็นหนี้สินที่กิจการจะต้องเรียกเก็บไว้รอนำส่ง ไม่ใช่ “รายได้” ที่เพิ่มขึ้นของกิจการ ซึ่งหากมีการบริหารจัดการภาษีซื้อและภาษีขายอย่างระมัดระวัง กิจการจะสามารถลดรายจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องนำส่งภาครัฐได้อย่างสมเหตุสมผล


| 💡 Nested Tip: ภาษีมูลค่าเพิ่มต้องชำระ = ภาษีขาย - ภาษีซื้อ + ภาษีที่ชำระเกินยกมา (ถ้ามี)


## ${color}[#e45765](อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ปัจจุบันภาษีมูลค่าเพิ่มจะมีอยู่ 3 อัตรา ได้แก่

1. VAT 7% ตามพระราชกฤษฎีกา ใช้กับประเภทธุรกิจทั่วไป เช่น พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม และบริการ เป็นต้น

2. VAT 0% สำหรับธุรกิจประเภทที่ต้องเสียภาษีอากรซ้ำซ้อน เช่น ภาษีศุลกากร เป็นต้น ประกอบด้วยธุรกิจดังต่อไปนี้

* การส่งออกสินค้า และการขนส่งระหว่างประเทศ
* การให้บริการข้ามประเทศ
* การขายสินค้า/บริการแก่ภาครัฐ
* การขายสินค้า/บริการระหว่างคลังสินค้าทัณฑ์บน

3. VAT ยกเว้น คือ การยกเว้นภาษี ประกอบไปด้วย ประเภทธุรกิจที่ได้รับอนุญาตไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแม้รายได้รวมต่อปีจะเกิน 1.8 ล้านบาท ก็ตาม เช่น

* การเกษตรกรรมและการปศุสัตว์
* การขนส่ง
* การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์
* การจำหน่ายสื่อสิ่งพิมพ์
* การขายสินค้า/บริการแก่องค์กรที่มีลักษณะได้รับการยกเว้น

> อนึ่ง ภาษี 0% และภาษีที่ได้รับการยกเว้นอาจจะมีลักษณะคล้ายกันอยู่บ้าง แต่การจดทะเบียนอัตราภาษีร้อยละ 0 กิจการจะสามารถขอคืนภาษีซื้อได้ทั้งหมด ในขณะที่อัตราภาษีได้รับการยกเว้นไม่สามารถทำได้เพราะเสมือนหนึ่งเป็นผู้บริโภคคนสุดท้ายที่ต้องรับภาระภาษีไปเต็มจำนวน

---

# เบี้ยปรับเงินเพิ่ม VAT

ใบกำกับภาษีขายจะต้องยื่น VAT ให้ตรงกับเดือนในเอกสารเท่านั้น
ในขณะที่ใบกำกับภาษีซื้อสามารถนำ VAT มาใช้ย้อนหลังได้ไม่เกิน 6 เดือน
หากพบว่ามีเอกสารใบกำกับภาษีขายตกหล่นไม่ได้ยื่น VAT จะต้องรีบยื่นเพิ่มเติมทันที มิฉะนั้นกิจการจะมี เบี้ยปรับเงินเพิ่ม ที่วิ่งตามระยะเวลาที่ล่าช้าอย่างมหาศาล

###### วิธีการคำนวณเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
__เงินเพิ่ม__ เกิดจากการที่ยื่นแบบล่าช้ากว่ากำหนด โดยคำนวณเงินเพิ่ม 1.5% จากภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระต่อเดือน
__เบี้ยปรับ__ เกิดจากการยื่นแบบที่มีข้อมูลไม่ถูกต้อง โดยคำนวณเบี้ยปรับเป็นขั้นบันได ดังนี้

## ${color}[#e45765](ตารางการคำนวณเบี้ยปรับ)

![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/5c076b87f4441c00/image_1ipbxr9.png)


__ตัวอย่างการคำนวณ__

กิจการแห่งหนึ่งได้ยื่นแบบภาษี ภ.พ.30 ในเดือนที่ผ่านมาเรียบร้อย แต่วันที่ 27 ของเดือนถัดมา พบว่ามีใบกำกับภาษีขายอยู่ส่วนหนึ่งตกหล่นไม่ได้ยื่นภาษี กิจการต้อง ยื่นเพิ่มเติมและคำนวณเบี้ยปรับเงินเพิ่ม ดังนี้

![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/5c076b87f4441c00/image_t4xu0u.png)


| 💡 Nested Tip: __ภาษีซื้อ__ที่สามารถนำมาใช้ได้ต้องมีวันที่ในเอกสารย้อนหลังไม่เกิน 6 เดือน  

## ${color}[#e45765](วิธีนับใบกำกับภาษีซื้อใช้ได้ 6 เดือน)

__ตัวอย่างเช่น__ ใบกำกับภาษีลงวันที่ 15/07/2564 > นับเดือน ส.ค. เดือนที่ 1 จากนั้น 2 ก.ย., 3 ต.ค., 4 พ.ย., 5 ธ.ค. , 6 ม.ค.2565 หมายความว่าใบกำกับภาษีใบนี้สามารถใช้ยื่นแบบภ.พ. 30 ในภาษีเดือน มกราคม 2565 เป็นเดือนสุดท้าย


![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/5c076b87f4441c00/image_1vw90tc.png)


---

# สิทธิ์การดำเนินการ

# แก้ไข รายงาน VAT

1. เลือกเมนู __บัญชี__ และ __ภาษี__
2. กดแท็บ __1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม__
3. เลือกรายงาน VAT ที่ต้องการแก้ไข
4. กดปุ่มดำเนินการ ' **...** ' เลือก __แก้ไข__
5. ตรวจสอบความครบถ้วน และถูกต้องของเอกสาร
6. กด __บันทึก__


| 💡 Nested Tip: ระบบจะแสดงรายการเอกสารยื่น VAT โดยอัตโนมัติทุกๆต้นเดือน เช่น ณ วันที่ 1 ม.ค. รายงานภาษี VAT ของเดือน ม.ค. จะถูกแสดงขึ้นมาโดยอัตโนมัติ


| 💡 Nested Tip:
* ในกรณีที่ถูกล็อคงวดบัญชีแล้ว ต้องปลดล็อคงวดบัญชีก่อนจึงจะสามารถแก้ไขเอกสารได้
* ในกรณีที่เอกสารถูกล็อคใน รายงานกระทบยอดธนาคารแล้ว ต้องไปปลดล็อค ก่อนถึงจะสามารถแก้ไขเอกสารได้ ยกเว้นในกรณีที่ต้องการแก้ไขการลงบัญชี สามารถแก้ไขได้โดยกำหนดสิทธิ์ให้สามารถแก้ไขการลงบัญชีได้


| 💡 Nested Tip: กรณีต้องการแก้ไขยอดภาษี ผู้ใช้จำเป็นต้องไปแก้ไขที่เอกสารแต่ละฉบับ ไม่สามารถแก้ไขจากตารางภาษีได้ เนื่องจากตารางแสดงเสมือนรายงานเท่านั้น


---

# ยื่นภาษี VAT

ขั้นตอนนี้เป็นเพียงขั้นตอนการเปลี่ยนสถานะรายงานจาก **ยื่นภาษีแล้ว** เป็น **รอดำเนินการ** โดยควรดำเนินการเมื่อทำการยื่นภาษีเสร็จแล้ว

1. เลือกเมนู __บัญชี__ และ __ภาษี__
2. กดแท็บ __1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม__
3. เลือกรายงาน VAT ที่ต้องการยื่นภาษี
4. กดปุ่มดำเนินการ ' **...** ' เลือก __แก้ไข__
5. ตรวจสอบความครบถ้วน และถูกต้องของเอกสาร
6. กด __ฝั่งขวาของปุ่มบันทึก__ เลือก __ยื่นภาษี__


---

# ถอยเอกสาร

ขั้นตอนนี้เป็นเพียงขั้นตอนการเปลี่ยนสถานะรายงานจาก **ยื่นภาษีแล้ว** เป็น **รอดำเนินการ** โดยควรดำเนินการเมื่อยังทำการยื่นภาษีไม่แล้วเสร็จ

1. เลือกเมนู __บัญชี__ และ __ภาษี__
2. กดแท็บ __1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม__
3. เลือกรายงาน VAT ที่ต้องการยื่นภาษี
4. กดปุ่มดำเนินการ ' **...** ' เลือก __แก้ไข__
5. กด __ฝั่งขวาของปุ่มบันทึก__ เลือก __ถอยเอกสาร__


---

# พิมพ์รายงานภาษีขาย

1. เลือกเมนู __บัญชี__ และ __ภาษี__
2. กดแท็บ __1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม__
3. เลือกรายงาน VAT ที่ต้องการพิมพ์เอกสาร
4. กดปุ่มดำเนินการ ' **...** ' เลือก __แก้ไข__
5. กด __ฝั่งขวาของปุ่มบันทึก__ เลือก __พิมพ์รายงานภาษีขาย__


---

# พิมพ์รายงานภาษีซื้อ

1. เลือกเมนู __บัญชี__ และ __ภาษี__
2. กดแท็บ **1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม**
3. เลือกรายงาน VAT ที่ต้องการพิมพ์เอกสาร
4. กดปุ่มดำเนินการ ' **...** ' เลือก __แก้ไข__
5. กด __ฝั่งขวาของปุ่มบันทึก__ เลือก __พิมพ์รายงานภาษีซื้อ__


---

# พิมพ์ ภ.พ. 30

1. เลือกเมนู __บัญชี__ และ __ภาษี__
2. กดแท็บ __1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม__
3. เลือกรายงาน VAT ที่ต้องการพิมพ์เอกสาร
4. กดปุ่มดำเนินการ ' **...** ' เลือก __แก้ไข__
5. กด __ฝั่งขวาของปุ่มบันทึก__ เลือก __พิมพ์ ภ.พ.30__


---

# พิมพ์ GL

1. เลือกเมนู __บัญชี__ และ __ภาษี__
2. กดแท็บ __1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม__
3. เลือกรายงาน VAT ที่ต้องการพิมพ์เอกสาร
4. กดปุ่มดำเนินการ ' **...** ' เลือก __พิมพ์ GL__


---

# ยื่นเพิ่มเติม

ขั้นตอนนี้ควรจะทำเฉพาะในกรณีที่พบว่าบันทึกรายการไม่ครบ เพราะจะมี เบี้ยปรับเงินเพิ่ม ตามระยะเวลาที่ยื่นล่าช้า

1. เลือกเมนู __บัญชี__ และ __ภาษี__
2. กดแท็บ __1. ภาษีมูลค่าเพิ่ม__
3. เลือกรายงาน VAT ที่ต้องการยื่นภาษีเพิ่มเติม
4. กดปุ่มดำเนินการ ' **...** ' เลือก __ยื่นเพิ่มเติม__
5. ตรวจดูความครบถ้วนของเอกสาร
6. กด __บันทึก__


| 💡 Nested Tip: ตัวเลือกยื่นเพิ่มเติมจะปรากฏให้เลือกเฉพาะ รายงานที่มีสถานะ ยื่นภาษีแล้ว เท่านั้น โดยท่านสามารถเปลี่ยนรายงานเป็นสถานะ ยื่นภาษีแล้ว  ได้โดย กด 'ยื่นภาษี'

| 💡 Add-on ตั้งค่าระดับสูง: ในกรณีที่ต้องการปรับเปลี่ยนรายละเอียดสิทธิ์ของแต่ละบทบาท เช่น จากบทบาทที่มีอยู่อยากจะตั้งค่าเพิ่มเติม สามารถติดต่อ sales@nested.co.th



---

# รายละเอียดในเอกสาร

## ${color}[#e45765](หัวเอกสาร)

* ${color}[#1c5da9](วันที่) ตั้งค่าเริ่มต้นทุกสิ้นเดือนภาษี

* ${color}[#1c5da9](สาขา) ตั้งค่าเริ่มต้นตามบริษัทที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม อ้างอิงตั้งค่าบัญชี

* ${color}[#1c5da9](เดือน) ตั้งค่าเริ่มต้นตามเดือนภาษี

* ${color}[#1c5da9](บันทึกบัญชี) เลือก หากต้องการบันทึกบัญชีปิดภาษีซื้อ-ขาย



## ${color}[#e45765](ตารางภาษีขาย)

* ${color}[#1c5da9](วันที่) วันที่เอกสาร

* ${color}[#1c5da9](เลขที่เอกสาร) เลขที่เอกสาร

* ${color}[#1c5da9](วันที่ใบกำกับ) วันที่บนใบกำกับภาษี

* ${color}[#1c5da9](Vat No.) เลขที่เอกสารภาษีมูลค่าเพิ่ม

* ${color}[#1c5da9](ลูกค้า) ชื่อลูกค้า

* ${color}[#1c5da9](เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร) เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก

* ${color}[#1c5da9](สาขา) เลขที่สาขา ในกรณีที่ใส่เลขไม่ถูกต้องหรือไม่ครบ???

* ${color}[#1c5da9](ยอดขาย) ยอดขายของเอกสาร

* ${color}[#1c5da9](0%) ยอดภาษี 0%

* ${color}[#1c5da9](ยกเว้น) ยอดภาษียกเว้น

* ${color}[#1c5da9](ฐานภาษี) มูลค่าฐานภาษี

* ${color}[#1c5da9](VAT 7%) ยอดภาษี 7%

* ${color}[#1c5da9](หมายเหตุ) คำอธิบาย หรือข้อมูลเพิ่มเติม


| 💡 Nested Tip: ข้อมูลในตารางนี้จะไม่สามารถแก้ไขได้



## ${color}[#e45765](ตารางภาษีซื้อ | เดือนนี้)

* ${color}[#1c5da9](วันที่) วันที่เอกสาร

* ${color}[#1c5da9](เลขที่เอกสาร) เลขที่เอกสาร

* ${color}[#1c5da9](วันที่ใบกำกับ) วันที่บนใบกำกับภาษี

* ${color}[#1c5da9](VAT No.) เลขที่เอกสารภาษีมูลค่าเพิ่ม

* ${color}[#1c5da9](คู่ค้า) ชื่อคู่ค้า

* ${color}[#1c5da9](เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร) เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก

* ${color}[#1c5da9](สาขา) เลขที่สาขา ในกรณีที่ใส่เลขไม่ถูกต้องหรือไม่ครบ???

* ${color}[#1c5da9](ยอดเงิน) ยอดซื้อของเอกสาร

* ${color}[#1c5da9](VAT) ยอดภาษี 7%

* ${color}[#1c5da9](หมายเหตุ) คำอธิบาย หรือข้อมูลเพิ่มเติม


| 💡 Nested Tip: ผู้ใช้งานระบบสามารถกดเลือกรายการ จากนั้น คลิกเมาส์ปุ่มขวาบนรายการที่ต้องการแล้วเลือก 'ย้ายไปเดือนถัดไป' ได้ในกรณีที่ยังไม่ต้องการใช้ภาษีซื้อรายการนั้นๆในเดือนนี้



## ${color}[#e45765](ตารางภาษีซื้อ | เดือนถัดไป)

* ${color}[#1c5da9](วันที่) วันที่เอกสาร

* ${color}[#1c5da9](เลขที่เอกสาร) เลขที่เอกสาร

* ${color}[#1c5da9](วันที่ใบกำกับ) วันที่บนใบกำกับภาษี

* ${color}[#1c5da9](VAT No.) เลขที่เอกสารภาษีมูลค่าเพิ่ม

* ${color}[#1c5da9](คู่ค้า) ชื่อคู่ค้า

* ${color}[#1c5da9](เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร) เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก

* ${color}[#1c5da9](สาขา) เลขที่สาขา ในกรณีที่ใส่เลขไม่ถูกต้องหรือไม่ครบ???

* ${color}[#1c5da9](ยอดเงิน) ยอดซื้อของเอกสาร

* ${color}[#1c5da9](VAT) ยอดภาษี 7%

* ${color}[#1c5da9](หมายเหตุ) คำอธิบาย หรือข้อมูลเพิ่มเติม


| 💡 Nested Tip: ผู้ใช้งานระบบสามารถกดเลือกรายการ จากนั้น คลิกเมาส์ปุ่มขวาบนรายการที่ต้องการแล้วเลือก 'ย้ายไปเดือนนี้' ได้ในกรณีที่ต้องการใช้ภาษีซื้อรายการนั้นๆในเดือนนี้



## ${color}[#e45765](ตารางภาษีซื้อ | เกิน 6 เดือน)

* ${color}[#1c5da9](วันที่) วันที่เอกสาร

* ${color}[#1c5da9](เลขที่เอกสาร) เลขที่เอกสาร

* ${color}[#1c5da9](วันที่ใบกำกับ) วันที่บนใบกำกับภาษี

* ${color}[#1c5da9](VAT No.) เลขที่เอกสารภาษีมูลค่าเพิ่ม

* ${color}[#1c5da9](คู่ค้า) ชื่อคู่ค้า

* ${color}[#1c5da9](เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร) เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 13 หลัก

* ${color}[#1c5da9](สาขา) เลขที่สาขา ในกรณีที่ใส่เลขไม่ถูกต้องหรือไม่ครบ???

* ${color}[#1c5da9](ยอดเงิน) ยอดซื้อของเอกสาร

* ${color}[#1c5da9](VAT) ยอดภาษี 7%

* ${color}[#1c5da9](หมายเหตุ) คำอธิบาย หรือข้อมูลเพิ่มเติม


| 💡 Nested Tip: ในกรณีที่วันที่ใบกำกับภาษีย้อนหลังเกิน 6 เดือน จะไม่สามารใช้สิทธิ์ภาษีซื้อได้ ดังนั้นใบกำกับภาษีที่เกิน 6 เดือน จะต้องแยกรายการออกมาเพื่อ บันทึกบัญชีภาษีซื้อนั้นเข้าเป็นส่วนหนึ่งของราคาสินค้าหรือบริการที่กิจการได้จ่ายออกไป



## ${color}[#e45765](ตารางชำระเงิน)

* ${color}[#1c5da9](วันที่ Statement) วันที่ตัดชำระเงินออกจากบัญชีธนาคาร

* ${color}[#1c5da9](ชำระโดย) เลขที่บัญชีธนาคาร

* ${color}[#1c5da9](เลขที่เช็ค) ระบุเลขที่เช็ค ในกรณีชำระเงินด้วยเช็ค

* ${color}[#1c5da9](ยอดเช็ค) จำนวนเงินบนเช็ค

* ${color}[#1c5da9](ยอดคงเหลือ) จำนวนเงินคงเหลือในเช็ค

* ${color}[#1c5da9](วันที่เช็ค) วันที่บนเช็ค

* ${color}[#1c5da9](หมายเหตุ)

* ${color}[#1c5da9](ค่าธรรมเนียมธนาคาร) ระบุค่าธรรมเนียมธนาคาร (ถ้ามี)

* ${color}[#1c5da9](รวม) ยอดชำระเงินจากบัญชีธนาคาร



## ${color}[#e45765](ตารางบันทึกบัญชี GL)

* ${color}[#1c5da9](รหัสบัญชี) ผังบัญชีที่ถูกผูกกับรหัสสินค้า และคู่ค้าที่เลือก

* ${color}[#1c5da9](เดบิต) ยอดฝั่งเดบิต

* ${color}[#1c5da9](เครดิต) ยอดฝั่งเครดิต

* ${color}[#1c5da9](CC) Cost Center

* ${color}[#1c5da9](หมายเหตุ)



## ${color}[#e45765](ท้ายเอกสาร)

* ${color}[#1c5da9](หมายเหตุ[คู่ค้า]) คำอธิบาย หรือข้อมูลเพิ่มเติมที่ต้องการแจ้งให้คู่ค้าทราบ โดยจะปรากฏอยู่บนเอกสารที่พิมพ์ออกมา

* ${color}[#1c5da9](หมายเหตุ[ภายใน]) คำอธิบาย หรือข้อมูลเพิ่มเติม

* ${color}[#1c5da9](เอกสารแนบ) แนบเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบ Payment Advice จากธนาคาร และ ใบเสร็จรับเงินจากคู่ค้า



---

# การเชื่อมโยง
## ${color}[#e45765](เอกสารในขั้นตอนนี้จะเชื่อมโยงต่อไปยัง)

* Dashboard : กระแสเงินสด

* งบทดลอง

* สมุดรายวันจ่าย

* งบพิสูจน์ยอดเงินฝาก
