> ## Knowledge Base Index
> Fetch the complete knowledge base index at: https://nested.crisp.help/sitemap.xml
> Use this file to discover available pages before exploring further.
> Pure-Markdown content can be obtained by appending a '.md' suffix to the content URLs listed in the sitemap (without the trailing slash).

# คลังสินค้า (Inventory)

# 1. Goods

## ${color}[#e45765](ทำไมต้องบริหารสินค้าอย่างเป็นระบบ?)
    
คิดว่าทุกๆ เจ้าของธุรกิจคงเห็นด้วยว่า การบริหารสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพพร้อมข้อมูลที่ update ถูกต้องตลอดเวลา เป็นอะไรที่ซับซ้อนและใช้เวลามาก
    
แต่ที่จริงแล้วการที่จะบริหารสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพียงแต่ต้องมีการวางระบบให้ดีตั้งแต่แรก และดำเนินการตามแผน หรือระบบที่วางไว้ ซึ่งเคยช่วยหนึ่งในลูกค้าของเราในการลด Inventory days ลงมามากกว่า 20%

และในวันนี้เราจะมาแชร์ กลยุทธ์ในการบริหารคลังสินค้าแบบง่ายๆ สามารถทำได้จริง และเหมาะสมกับธุรกิจขนาดเล็กและกลางที่มีข้อจำกัดเรื่องทรัพยากร

ระบบสินค้าคงคลัง เป็นระบบที่ใช้ในการทำบัญชีรายการวัตถุดิบและหรือสินค้าที่บริษัทใช้ในการผลิตหรือขาย

สินค้าคงคลังในงบบัญชีจะเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนในบริษัท จนเมื่อขายได้จึงถูกตัดเป็น ต้นทุนขาย Cost of Goods Sold (COGS) ซึ่งเป็นต้นทุนที่สำคัญที่สุดในธุรกิจ เพราะเป็นสัดส่วนตัวเลขค่าใช้จ่ายที่สูงที่สุด โดยตัวเลขนี้เมื่อรวมกับต้นทุนค่าแรง ไม่ควรจะเกิน 65% ของราคาขาย ดังนั้นการบริหารสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพจึงจำเป็นต่อธุรกิจ SME เป็นอย่างมาก

## ${color}[#e45765](กระบวนการสินค้า)

![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/5c076b87f4441c00/image_12nhn7l.png)

### เมนูสินค้า แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้
 
1. สินค้า
2. ประเภทสินค้า
3. หน่วยนับ
4. ตั้งค่าสินค้า

> โดยที่กระบวนการเริ่มต้นใช้งานควรเริ่มจาก 4 - 3 - 2 - 1 ตามลำดับ เนื่องจากแท็บที่ 1 - 2 เป็นแท็บที่ใช้งานบ่อยที่สุด จึงมีการออกแบบมาให้สะดวกต่อการเข้าถึงข้อมูล



## 1. สินค้า

* [สินค้า Goods](/th/article/goods-70prxd/)

* [ผู้จัดจำหน่าย Goods Vendor](/th/article/goods-vendor-1r48iiq/)

* [ราคาขายสินค้า Goods Sales Price
](/th/article/goods-sales-price-mr6jhx/)

## 2. ประเภทสินค้า

* [ประเภทสินค้า Goods Category](/th/article/goods-category-juqzuj/)


## 3. หน่วยนับ

* [หน่วยนับ Goods of Measurement](/th/article/goods-of-measurement-7aqws4/)


## 4. ตั้งค่าสินค้า

* [ตั้งค่าสินค้า Goods Settings](/th/article/goods-settings-1e1zes7/)

---

# 2. Stock

## ${color}[#e45765](ทำไมต้องบริหารสินค้าคงคลังอย่างเป็นระบบ?)

1. ช่วยเพิ่ม สินค้าคงคลังที่ขาดการบริหารที่ดีจะเกิด Dead Stock ซึ่งทำให้กระแสเงินสดในบริษัทมาจมอยู่ใน Stock สินค้าที่ขาดการเคลื่อนไหว
  
2. ช่วยให้การบริหารการขาย มีสินค้าพร้อมส่งลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

3. ช่วยเพิ่มสัดส่วนกำไร โดยการลดความจำเป็นในการทำการลดล้าง Stock ที่เห็นอยู่ทั่วไป

4. ช่วยลดความสูญหาย หรือการทุจริต เพราะข้อมูลสินค้าคงคลังไม่ชัดเจน และไม่สามารถตรวจสอบได้

5. ช่วยลดค่าใช้จ่ายจาก ภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าปรับ ในกรณีที่ถูกสรรพากรตรวจสอบ


| 💡 Nested Tip: การซื้อ ขาย เบิกสินค้า ต้องบันทึกข้อมูลในระบบทันที ระบบจะต้องอัปเดตสต๊อกสินค้าอัตโนมัติได้แบบ Real-Time เห็นจำนวนสินค้าคงเหลือ และสถานที่เก็บสินค้าได้ทันที บริหารจัดการธุรกิจได้ง่าย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งช่วยประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่าย


## ${color}[#e45765](การตั้งนโยบายคลังสินค้า)

การมีนโยบายที่ชัดเจนและปฏิบัติได้จริงจะช่วยให้ทีมงานเข้าใจถึงขั้นตอนการทำงาน และสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง และลดข้อผิดพลาดในการทำงาน

__Action Plan__

ร่างนโยบายคลังสินค้าให้ทีมงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจ และสามารถปฏิบัติงานไปในทางเดียวกันได้อย่างถูกต้อง

ตัวอย่างหัวข้อที่ นโยบายคลังสินค้าควรจะครอบคลุมหลักๆ

1. การ Flow ของสต๊อกสินค้า

การวางแผนการ Flow ของสต๊อกสินค้าที่ดีช่วยลดการเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น ให้น้อยที่สุด ช่วยประหยัดเวลาและแรงงานในการเคลื่อนย้าย

**1.1. วางแผนพื้นที่คลังสินค้า**

![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/5c076b87f4441c00/image_x40rcz.png)

ขึ้นอยู่กับลักษณะสินค้า และขนาดของคลังทั้งนี้ คลังสินค้าที่มีลักษณะเป็นรูปตัว U จะมีประสิทธิภาพค่อนข้างสูงเพราะ

* การวางบริเวณรับสินค้า และส่งออกสินค้าไว้ข้างกัน ช่วยให้การแบ่งปันอุปกรณ์ หรือ เครื่องจักร เช่น รถยก ได้ง่าย
* สามารถขนย้ายสินค้าจากบริเวณรับสินค้า ข้ามมาบริเวณส่งออก ได้โดยง่ายและใช้พื้นที่จัดเก็บเพียงเล็กน้อย


**1.2. วางผังการเคลื่อนย้ายสินค้าภายในคลัง** เช่น

* กำหนดบริเวณจอดรถเพื่อรับสินค้า
* กำหนดบริเวณรับสินค้า
* กำหนดบริเวณคลังสินค้า
* กำหนดบริเวณส่งสินค้า
* กำหนดบริเวณจอดรถเพื่อส่งสินค้า


2. ขั้นตอนการ Flow ของเอกสาร

3. ควรจะสั่งซื้อสินค้าเมื่อไหร่ และเท่าไหร่

4. สินค้าไหนที่มีความสำคัญและเคลื่อนย้ายบ่อย

5. การบริหารจัดการ Dead stock (สต๊อกสินค้าที่ไม่เคลื่อนไหวเกิน 1 ปี)



## ${color}[#e45765](การจัดการ Dead stock)

เมื่อสินค้าในคลังไม่มีการเคลื่อนไหวเกิน 1 ปี มักจะถือว่าเป็น dead stock ดังนั้นถ้าปล่อยไว้นานมากขึ้นจะทำให้การขายสินค้าลักษณะนี้ยิ่งยากขึ้น นอกเหนือจากการที่อนาคตต้องมาขายตัดราคาแล้วนั้น ทำให้เสียพื้นที่ในคลัง และเงินหมุนเวียนในบริษัทมาจมกับสินค้าประเภทนี้ด้วย

###### วิธีที่ 1 ขายแบบรวมชุด

ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของญี่ปุ่นมักจะมีธรรมเนียม ‘ถุงนำโชค’ คืนการนำสินค้าที่ใหม่ มารวมกับสินค้าที่ไม่มีการเคลื่อนไหว โดยทำเป็น package ในลักษณะของ mystery bag ในราคาพิเศษ วิธีนี้เป็นกลยุทธ์ในการเคลียร์คลังสินค้าได้โดยเร็ว ถึงแม้อัตรากำไรอาจไม่สูงแต่ช่วยเพิ่มกระแสเงินสดให้กับบริษัทได้เป็นอย่างดี

Source: [Fubukuro Japan](https://tokyotreat.com/blog/fukubukuro-japan)

**ขั้นตอนใน Nested**

1. สร้างรหัสสินค้าใหม่ ‘ถุงนำโชค’ กำหนดประเภทสินค้า **“รวมสินค้า (Bundle)”** และภายใต้รหัสสินค้า‘ถุงนำโชค’ ป้อนรหัสสินค้า Dead stock ที่ต้องเอามาจัดชุดรวมเป็นสินค้ารหัสใหม่

2. บันทึก GO ใบเบิกสินค้า ป้อนรหัสสินค้า Dead stock  เพื่อเบิกสินค้าไปจัดชุดเพื่อเตรียมขาย

3. หลังจากจัดชุดสินค้าเสร็จเรียบร้อย บันทึก GI ใบรับสินค้าสำเร็จรูป รหัสสินค้า ‘ถุงนำโชค’ เพียงเท่านี้ก็สามารถนำสินค้า‘ถุงนำโชค’ ไปทำรายการขายที่เมนูขายได้ตามปกติ


###### วิธีที่ 2 จัดเป็นของสัมนาคุณ

เช่น ซื้อของทุก ๆ 1,000 บาท ได้รับสินค้าอีกอย่างฟรี เพื่อสร้างให้เกิดรายจ่ายต่อ transaction ที่สูงขึ้น

**ขั้นตอนใน Nested**

ทุกครั้งที่ออกใบกำกับภาษีขายที่มีการแถม หรือของสมนาคุณ ต้องใส่ข้อมูลสินค้าที่แถมอยู่ในบิลเดียวกับที่ขาย ตามหลักเกณฑ์ที่สรรพากรกำหนด และสินค้าที่แถมระบบก็จะตัด Stockให้ถูกต้อง


###### วิธีที่ 3 เจรจาคืนของกับคู่ค้า

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ไม่ได้นานมากนัก หรือ เป็นสินค้าที่ทางคู่ค้าขายได้อยู่เรื่อยๆ อาจสามารถเจรจาขอคืนสินค้ากับทางคู่ค้าได้ ทั้งนี้ส่วนมากในกรณีที่สามารถตกลงกันได้ การคืนเงินในลักษณะนี้มักจะคืนมาเป็นยอดเครดิตสำหรับการซื้อขายครั้งหน้า

**ขั้นตอนใน Nested**

1. บันทึกเอกสาร ACN เลือกเหตุผลกระทบปริมาณ

2. บันทึกเอกสาร PV เพื่อหักหนี้สำหรับการซื้อครั้งถัดไป


###### วิธีที่ 4 บริจาค

ในการบริจาคที่ถูกต้อง ต้องมีการหักมูลค่าสินค้า และอาจได้รับการลดหย่อนภาษี

* กรณีบริษัทบริจาคสินค้าให้แก่มูลนิธิฯ เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ บริษัทมีสิทธินำเงินหรือทรัพย์สิน ที่บริจาคมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ 2 ของกำไรสุทธิ ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร

* หลักฐานการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้ใช้บันทึกหรือหนังสือใดๆ ที่เป็นหลักฐานแสดงได้ว่าบริจาคเมื่อใด ผู้ใดบริจาค บริจาคแก่ผู้ใดและจำนวนเงินเท่าใด

**ขั้นตอนใน Nested**

1. บันทึก GO ใบเบิกสินค้าบริจาค ให้ผู้บริหารลงนามอนุมัติรายการ 

2. พร้อมแนบกับหลักฐานที่ได้รับจากมูลนิธิสมาคมให้ครบถ้วน



## ${color}[#e45765](การตรวจสอบสินค้าคงคลัง)

บางธุรกิจจะทำการ Audit สินค้าคงคลังปีละครั้ง ในขณะที่บางธุรกิจจะสุ่มตรวจเฉพาะจุดเป็นรายเดือน ไม่ว่าจะกรณีไหนให้มีการนับสินค้าคงคลังเป็นประจำ เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่บันทึกในระบบว่าเป็นสินทรัพย์ตรงกับสิ่งที่มีอยู่จริงในคลัง

การดูรายงานสินค้าคงเหลือและวัตถุดิบ เป็นหนึ่งในรายงานที่ผู้ประกอบการจดภาษีมูลค่าเพิ่มต้องจัดทำ มาตรา 87

หากผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่จัดทำรายงานตามมาตรา 87 ซึ่งประกอบไปด้วย รายงานภาษีขาย รายงานภาษีซื้อ และรายงานสินค้าและวัตถุดิบ จะมีความผิดตามมาตรา 90/3 ระบุไว้ว่าต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 82/3, มาตรา 86 ผู้ประกอบการจดทะเบียนเฉพาะที่ประกอบกิจการขายสินค้า ซึ่งคำนวณเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่จัดทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบและให้ลง รายการตามปริมาณสินค้าหรือวัตถุดิบที่รับมาหรือจ่ายไปจริง โดยจัดให้มีเอกสารประกอบการลงรายงานเป็นใบสำคัญรับหรือจ่ายสินค้า และให้ลงรายการภายในสามวันทำการนับแต่วันที่รับมาหรือจ่ายไปซึ่งสินค้าหรือวัตถุดิบทั้งนี้ ตามมาตรา 87(3) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 3 และข้อ 9 ของ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 89)ฯ ลงวันที่ 29 เมษายน พ.ศ.2542


**วิธีการสุ่มตรวจสินค้าคงคลัง**

1. เลือกคนที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือ คนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่คลังสินค้า

2. เลือกช่วงเวลาที่ low season ของการขายสินค้า

3. ให้ประกาศปิดคลังสินค้าเป็นเวลา 1 วัน เพื่อทำการนับสินค้า

4. พิมพ์แบบฟอร์มตรวจเช็คสินค้าออกมา โดยไม่แสดงปริมาณสินค้า และมูลค่าสินค้า

5. กรอกปริมาณกลับเข้าไป 

6. กดดูรายงานส่วนต่าง
 
7. หากมีผลต่างจากการตรวจนับสินค้า หาสาเหตุและปรับปรุงสินค้าให้ถูกต้อง


|| ในกรณีที่สินค้าจริงมีน้อยกว่ารายงาน สรรพากรจะถือว่ามีการขาย แต่ไม่ได้มีการยื่นภาษีที่ถูกต้อง
1. ให้ออก RC ใบขายเงินสด/ใบกำกับภาษี บันทึกขายสินค้าให้ถูกต้องตามจริงและเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

2. เสียเบี้ยปรับไม่เกิน 2 เท่าของจำนวนภาษีที่ต้องเสีย


|| ในกรณีสินค้าในคลังมีมากกว่ารายงาน สรรพากรจะถือว่าจัดทำสินค้าคงเหลือไม่ถูกต้อง
1. เสียค่าปรับ 1,000-2,000 บาท โดยมีอายุความเพียง 1 ปีนับจากวันกระทำความผิด

2. สินค้าเกินจากรายงานสินค้าเกิดจาก ตรวจนับสินค้ามีอยู่จริงใน STOCK แต่หาที่มาไม่ได้ว่ามาจากไหน

3. จัดการเอกสารไม่ดีพอ รับสินค้าเข้า STOCK ไม่ได้ลงบัญชีสินค้า

4. การมีสินค้าเกินอยู่ตลอดเวลาแสดงว่าระบบบริหารสินค้าไม่ดีพอ ไม่มีการควบคุมสินค้าให้ตรงตามความเป็นจริงได้



## ${color}[#e45765](การบริหารสินค้าเป็นล็อตการผลิต)

การบริหารตัดการโดยใช้ SKU (Stock Keeping Unit)  มากำหนดเป็นหน่วยวัดประเภทสินค้าที่เล็กที่สุดในระบบคลังสินค้า เพื่อช่วยให้จำแนกสินค้าออกมาตามประเภทต่าง ๆ  ได้ใน 1 รายการ โดยสินค้าจะมีความแตกต่างกันตั้งแต่ สี, ขนาด, น้ำหนัก, ความกว้าง, ความยาว, รสชาติ, ยี่ห้อ, รุ่น เป็นต้น

**How to**

1. ที่รหัสสินค้า เลือกตัวเลือก "ตั้งค่า SKU"

2. กำหนดตัวแปร SKU ของสินค้าชิ้นนี้ เช่น สี > เหลือง, ขาว, ฟ้า, ชมพู

3. ระบบจะช่วยสร้างรหัสสินค้าใหม่ตาม SKU ที่กำหนด



## ${color}[#e45765](การบริหารด้วย BOM)

การจัดการ BOM (Bill of Material) เป็นพื้นฐานของการจัดการการผลิต เมื่อป้อนคำสั่งงานหรือการผลิตลงไป ระบบจะปรับปรุงองค์ประกอบของวัตถุดิบ / วัสดุที่ใช้ในการผลิตนั้น ๆ ซึ่งสามารถเรียกดูและแสดงข้อมูลให้เห็นโดยได้อัตโนมัติ



## ${color}[#e45765](การปรับปรุงสินค้า)

การปรับปรุงสินค้า คือ การบันทึกเพิ่ม(รับสินค้าเข้าคลัง) ลด(เบิกสินค้าออกจากคลัง) เพิ่มลดปริมาณสินค้า หรือ การคิดต้นทุน ทำให้สินค้าในคลังแสดงปริมาณและต้นทุนที่ถูกต้องตามจริง

**GO ใบเบิกสินค้าออกจากคลัง** เช่น

* เบิกวัตถุดิบเพื่อนำไปผลิต

* เบิกใช้ภายใน

* เบิกสินค้าตัวอย่างให้ลูกค้า

* ตัดสินค้าชำรุดออกจาก Stock


**GI ใบรับสินค้าเข้าคลัง**  เช่น

* รับสินค้าสำเร็จรูปจากการผลิตเข้าคลัง

* ปรับปรุงสินค้าเพิ่มจากการตรวจนับ Stock

* รับสินค้าหรือวัตถุดิบที่เหลือจากการผลิตกลับคืนเข้าคลัง



## ${color}[#e45765](กระบวนการสต๊อกสินค้า)

![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/5c076b87f4441c00/image_iack9g.png)


## 1. สินค้าคงคลัง

* [สต๊อก Stock](/th/article/stock-kuvja8/)


## 2. ปรับปรุงสินค้า

* [ใบเบิกสินค้า Goods Outbound (GO)](/th/article/goods-outbound-go-1hrvggm/)

* [ใบรับสินค้า Goods Inbound (GI)](/th/article/goods-inbound-gi-8gahs1/)

* [ใบปรับปรุงต้นทุนสินค้า Goods Cost (GC)](/th/article/goods-cost-gc-1kob3s/)


## 3. โอนสินค้า

* [โอนสินค้า Goods Transfer (GT)](/th/article/goods-transfer-gt-a2udlh/)


## 4. คลังเก็บสินค้า

* [คลังเก็บสินค้า Warehouse](/th/article/warehouse-17ggavn/)

* [ที่ตั้งสินค้า Location](/th/article/location-167hk2y/)

